บาเลนเซีย พร้อมใจวอล์กเอาต์! หลังหนึ่งแข้งโดนเหยียดผิวเกมพ่าย กาดิซ

บาเลนเซีย

          บาเลนเซีย สโมสรดังแห่งศึก ลา ลิกา สเปน พร้อมใจกัน “วอล์กเอาต์” ออกจากสนามทั้งทีม หลังจากที่ “มูคตาร์ เดยกาบี้” ปราการหลังตัวเก่งโดนคู่แข่งพูดจาเหยียดผิวระหว่างเกม ลา ลิกา ที่ “ไอ้ค้างคาว” บุกไปพ่าย กาดิซ 2 – 1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นเตอร์แบ็กวัย 24 ปี ตัดสินใจเดินออกจากสนามทันที ก่อนที่นักเตะ บาเลนเซีย จะพร้อมใจกันเดินตามออกไป จนการแข่งขันต้องหยุดลงชั่วคราว บาเลนเซีย ลั่น ประณามการเหยียดผิวในทุกรูปแบบ             สโมสรดังแห่งเวที ลา ลิกา สเปน บาเลนเซียพร้อมใจกันเดินออกจากสนามทั้งทีม หลัง “มูคตาร์ เดยกาบี้” แนวรับเลือดน้ำหอม โดน “ฮวน กาล่า” ดาวเตะของทีม กาดิซ พูดจาเหยียดผิวใส่ระหว่างเกม ลา ลิกา …

จากใจนักกีฬาชาวอเมริกันเพื่อเหยื่อ”เหยียดผิว”รายล่าสุด

Justice for George

จากใจนักกีฬาชาวอเมริกันเพื่อเหยื่อ”เหยียดผิว”รายล่าสุด จากเหตุการณ์เศร้าสลดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดจากการกระทำที่เกินกว่าเหตุของ ดีเร็ก ชอวิน ตำรวจผิวขาวในเมืองมินนีแอโพลิสที่ได้ใช้เข่ากดลงไปตรงบริเวณคอของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีในระหว่างเข้าจับกุม เพราะได้รับแจ้งว่าเป็นผู้ต้องสงสัยใช้ธนบัตรปลอมซื้อของในร้านค้า จึงเป็นเหตุทำให้หนุ่มร่างยักษ์วัย 46 ปีขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา และกลายเป็นชนวนเหตุให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนไม่พอใจเรื่องดังกล่าว และลุกฮือขึ้นมาประท้วงเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้ล่วงลับไปแล้ว เพราะมองว่าเป็นเรื่องของการ เหยียดผิว ที่ไม่เคยหมดสิ้นไปจากสังคมเมืองลุงแซมเลย เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่านทางโซเซียลมีเดียแบบรวดเร็วในประเด็นเรื่อง เหยียดผิว เพราะมีภาพจากคลิปวีดีโอในช่วงที่ตำรวจผิวสีใส่กุญแจมือ ฟลอยด์ และผลักให้นอนคว่ำลงกับพื้นถนน ก่อนจะใช้หัวเข่ากดไปที่คอของชายผิวสีแล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงไปเป็นเวลานานถึง 8 นาที 46 วินาทีเลยทีเดียว โดยผู้ต้องสงสัยได้พยายามบอกตำรวจว่า “ผมหายไม่ออก” แต่กลับไม่ได้การสนใจใยดีอะไรเลย ก่อนจะหมดสติแบบไม่มีการตอบสนองนานเกือบ 3 นาที แม้จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้สำเร็จ แม้ว่าคนก่อเหตุจะถูกจับกุมแล้วโดนไล่ออกจากการเป็นตำรวจ และถูกฟ้องศาลด้วยข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ซึ่งมีโทษจำคุกนานถึง 25 ปีเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ได้สร้างพึงพอใจให้กับชาวอเมริกันที่มองว่าเป็นเรื่องเหยียดผิวอยู่ดี จึงมีการชุมนุมประท้วงจนบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลในหลายๆ เมืองของประเทศสหรัฐอเมริกา และมีการรวมตัวกันเพื่อเปล่งเสียงตะโกนว่า “ฉันหายใจไม่ออก” ซึ่งเป็นถ้อยคำของ ฟลอยด์ และ เอริค การ์เนอร์ ชายผิวสีผู้ล่วงลับอีกรายหนึ่งจากเหตุการณ์ที่ถูกตำรวจจับกุมในนิวยอร์คแบบลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2014 ทำให้วงการกีฬาของสหรัฐอเมริกาอยู่นิ่งเฉยไม่ได้เช่นกัน เพราะเหล่านักกีฬาผิวสีได้ร่วมแสดงจุดยืนในแบบต่างๆ …