ความเสียใจของ “เฟอร์กี้” เมื่อครั้งยังอยู่กับแมนเชตเตอร์ ยูไนเต็ด

                การเป็นผู้จัดการทีมระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้น ไม่ได้เป็นเพียงความภาคภูมิใจเท่านั้น แต่ยังมีความน่าเสียใจซ่อนอยู่ ซึ่งทาง เฟอร์กี้ หรือ Sir Alex Ferguson ได้ออกมาพูดถึงสิ่งที่เขารู้สึกผิดอย่างมากในช่วงเวลา 26 ปีที่คุมบังเหียนในรังปีศาจแดงอยู่ โดยสิ่งที่เขาไม่ชอบใจอย่างมากก็คือการปล่อยตัวนักเตะที่มีแรงผลักดันในการลงเล่นเพื่อทีมนั่นเอง แต่ทว่าด้วยเหตุผลทางฟุตบอลมากมาย จึงทำให้ตำนานกุนซือคนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการปล่อยนักเตะที่มีพรสวรรค์ของทีมออกไปนั่นเอง                 ในช่วง 26 ปีของเฟอร์กี้นั้น ตัวเขาได้ผ่านช่วงเวลาทั้งย่ำแย่และดีที่สุดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นอยู่ในระดับกลางตารางมาจนถึงการเป็นแชมป์ยุโรปสองสมัย ซึ่งในช่วงเวลาที่แฟนบอลอาจจะจดจำความสำเร็จของเขานั้น เจ้าตัวก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เคยตัดสินใจกับตัวนักเตะในช่วงที่อยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเช่นกัน โดยเฉพาะในปี 1994 ที่พวกเขากำลังสร้างยอดทีมขึ้นมาและแผงกองหลังทั้งสี่คนนั้นน่าจะเป็นกำลังหลักของทีมในระยะยาวเลยทีเดียวจากฝีมือกับความเข้าขาของพวกเขาที่ประกอบไปด้วย Paul Parker, Steve Bruce, Gary Pallister และ Denis Irwin ทาง “เฟอร์กี้” เชื่อว่ากองหลังเลือดปีศาจแดงทั้งสี่คนนั้นน่าจะเป็นขุมกำลังที่อยู่กับเขาไปนานนับสิบปีเลย                 แต่ในความเป็นจริงแล้วตัวของ Ferguson กลับต้องจำใจปล่อยตัวพวกเขาออกไป แม้ว่าการเจรจากับทีมอื่นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้จัดการทีมคนนี้ ทว่าการแจ้งข่าวร้ายต่อตัวนักเตะกลับเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจอย่างมาก ซึ่งความรู้สึกผิดนี้มักจะเกิดขึ้นกับเขาทุกครั้งที่จะต้องปล่อยนักเตะดาวรุ่งออกไปจากทีม ทั้งที่ความฝันของนักเตะเยาวชนเหล่านั้นคือการลงเล่นให้กับยูไนเต็ดชอบชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์ในตำนานก็ตาม                 ความสำเร็จของเฟอร์กี้ก็อาจจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่เจ้าตัวจะต้องแบกไว้ตลอด 26 ปีที่คุมทีมปีศาจแดงมา เนื่องจากการตัดสินใจเหล่านั้นก็นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลูกทีมของเขามีความแข็งแกร่งมาตลอดหลายปี เช่นเดียวกับการเดินหน้าความแชมป์จนเป็นภาพจำของยุค 90 ถึงยุค …

“แดน เบิร์น” อาจฟิตทันลงสนามให้นางนวล ไบรท์ตัน เยือนปีศาจแดง

ไบรท์ตัน

แดน เบิร์นกองหลังของ ไบรท์ตัน  อาจจะได้ลงสนามทันในเกมที่พบแมนยูเดือนหน้า จากการเปิดเผยของแกรม พอตเตอร์กุนซือของทีม กองหลังนกนางนวลสามารถขึ้นม้านั่งกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดได้ในคืนวันอาทิตย์เท่านั้นหลังจากที่เจ็บเอ็นร้อยหวายเกมที่พบเซาแธมป์ตัน พอตเตอร์กล่าวว่า ผมรู้สึกว่าอาการเจ็บเอ็นร้อยหวายของเขายังดูไม่ดีเท่าไหร่ ผมเลยยังไม่ส่งเขาลงสนาม นั่นทำให้เขาได้นั่งเพียงแค่ตัวสำรองเกมที่ทีมเปิดบ้าน ดิ เอเม็กซ์ สตเดี้ยมชนะนิวคาสเซิลแบบขาดลอย และทำให้ไบรท์ตันมีแต้มหิ้งห่างทีมคู่แข่งออกไป 4 แต้ม แต่ก็หวังว่าเขาจะกลับมาทันลงสนามเกมที่พบกับแมนยูของ กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือไบรท์ตันกล่าวว่า เรามีความหวัง เขาไม่พร้อมที่จะออกสตาร์ทเกมกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แต่ผมก็อยากให้เขามีส่วนร่วมกับทีมที่ม้านั่งข้างสนาม ไบรท์ตัน ไม่ได้รับชัยชนะเลยนับตั้งแต่เมื่อเดือน มกรามคม และพอดีว่ามีการเบรกเกมทีมชาติทำให้เขาจะได้มีเวลาฟื้นฟูร่างกายอีกราว 2-3 สัปดาห์ก่อนที่จะลงสนามได้ หวังว่าเขาจะมีโอกาสมากขึ้นสำหรับเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การกลับมาของเบิร์นจะช่วยลดรายชื่อนักเตะที่บาดเจ็บของทีม ให้เหลือเพียงสี่รายคือ ทาริค แลมป์ตี้ย์ (ต้นขา), โซโลแมน มาร์ซ (หัวเข่า) ฟลอริน อันโดเน่ (หัวเข่า) และ อดัม เว็บสเตอร์ (ข้อเท้า) โดยนักเตะทั้งหมดต่างเจ็บหนักทั้งนั้น ทีมนกนางนวลจากแดนใต้เริ่มมีความหวังกับการอยู่รอด หลังจากที่เก็บชัยชนะได้สองเกมติดต่อกัน โดยไบรท์ตันไม่ได้รับชัยชนะเลยนับตั้งแต่เมื่อเดือนมกรามคมที่ชนะลิเวอร์พูล …

แมนฯยู ยืนยันทีมไม่ได้มีนักเตะเพียงแค่ “บรูโน่ แฟร์ นันเดส”

แมนฯยู

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา  ทีมผีแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับได้ว่าอยู่ในช่วงเวลาอันแสนวิกฤตเป็นอย่างมากอีกครั้งหนึ่ง เหตุผลก็เพราะผลการแข่งขันของทีม แมนฯยู นั้นตกต่ำลงเป็นอย่างมากในช่วงปลายฤดูกาล 2018-2019 ถึงขั้นฝ่ายบริหารของแมนฯยูมีข่าวว่าลงโทษลดค่าเหนื่อยนักเตะยกทีม ซึ่งแทนที่จะทำให้นักเตะมีแรงเล่นมากขึ้นกลายเป็นว่าบรรยากาศเงียบเหงาหงอยไม่มีแรงจะสู้ต่อไป นักเตะชื่อดังหลายคนทยอยโบกมืออำลาทีมไป เริ่มที่ โลเมลู ลูกากู ที่โบกมือลาแมนฯยูย้ายไปอยู่ที่ งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ในกัลโช่เซเรียอาอิตาลี พอใกล้สิ้นสุดปี 2019 พอล ป็อกบา ก็บาดเจ็บหนักที่เส้นเอ็นข้อเท้าจนต้องพักยาวผ่าตัดเข้าพักรักษาตัวและมีข่าวโจมตีเข้ามาเรื่อยๆว่าเขาจะอาศัยช่วงที่ลาพักรักษาตัวนี้หาทีมใหม่และจะย้ายทีมไปในช่วงต้นปี 2020 ซึ่งพอมาถึงต้นปี 2020 คนที่ย้ายออกไปจากทีมจริงๆนั่นก็คือ แอชลีย์ ยัง ผู้ทำหน้าที่กัปตันทีมผีแดงก่อนหน้านี้ และเนื่องจากในช่วงเวลานั้นทีมแมนฯยูเสียนักเตะจากการบาดเจ็บไปหลายคน จึงจำเป็นต้องมองหานักเตะใหม่ย้ายเข้ามาในทีม โดยเฉพาะในแดนกลางในช่วง เดือน มกราคม 2020 ซึ่งก็ไปจบลงตรงที่ บรูโน่ แฟร์นันเดส จากทีมสปอร์ติ้งลิสบอน และนักเตะชาวโปรตุเกสคนนี้นี่เอง กลายมาเป็นผู้ที่ช่วยปลุกให้ผีแดงในทีมแมนฯยูทั้งหลาย ตื่นจากการหลับใหลในหลุมอยู่นานขึ้นมาสู่ความคึกคักในเกมการแข่งขันอีกครั้ง ลีลาการเล่นฟุตบอลในสนามของเขาก็ไปกระตุ้นให้ พอล ป็อกบา นักเตะชาวฝรั่งเศสของเราที่พักรักษาตัวจากการผ่าตัดที่เส้นเอ็นข้อเท้าอยู่เกิดติดใจเป็นอย่างมาก ฟิตซ้อมร่างกายจนสามารถกลับมาช่วยแข่งขันให้ทีมแมนฯยูได้สำเร็จ แถมยังเข้าขากับนักเตะชาวโปรตุเกสได้เป็นอย่างดี จนในที่สุด แมนฯยู ก็สามารถกระโดดกลับขึ้นมาจบฤดูกาล …

ป๋า “เฟอร์กี้” หรือเซอร์ อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ที่กังวลต่อคู่แข่งอย่างลิเวอร์พูล

เฟอร์กี้

                คงต้องบอกว่าทีมหงส์แดงคือทีมที่แข็งแกร่งอย่างมากไปแล้ว เมื่อทางเซอร์ อเลกซ์ เฟอร์กูสัน หรือ เฟอร์กี้ ได้เอ่ยปากเลยว่า ตัวเขาโชคดีอย่างมากที่ไม่ต้องมาแข่งขันกับทีมลิเวอร์พูลอีกต่อไปในยุคที่พวกเขามีนายใหญ่อย่างเจอร์เกน คลอปป์นั่นเอง ซึ่งจากเฟอร์กูสันเองก็นับว่าเป็นผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกก็ว่าได้ โดยในช่วงเวลากว่า 27 ฤดูกาล ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถค้วาแชมป์ลีกมากถึง 13 ครั้ง รวมถึงเอาชนะทีมหงส์แดงที่เป็นแชมป์ลีกสูงสุดมากที่สุดถึง 20  สมัยเลยทีเดียว ในวันที่ “เฟอร์กี้” ได้ประกาศเกษียณตัวเองนั้นก็เป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน                 ที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้นั่นเอง ส่วนทางลิเวอร์พูลเองก็ยังต้องใช้เวลารอคอยกว่า 30 ปีเพื่อกลับมาครองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงยังมีคะแนนนำห่างจากทางพวกเขากว่า 30 คะแนนเลยทีเดียว จนกระทั่งในฤดูกาลปัจจุบันที่พวกเขาเริ่มมีคะแนนที่ใกล้เคียงกันแล้วในหัวตารางพร้อมกัน ซึ่งทางเฟอร์กูสันก็ออกมายอมรับว่า เขาก็ชื่นชมผลงานของเจอเกน คลอปป์ที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย                 ส่วนแมตช์แดงเดือดที่พวกเขาจะต้องลงแข่งกันในฤดูกาลนี้ ทางเฟอร์กี้ยังเชื่อว่ามันเกมประจำฤดูกาลเสมอ ซึ่งเหตุผลง่ายๆ ก็เพราะว่าทั้งสองคือยอดทีมจากเกาะอังกฤษและประสบความสำเร็จมากที่สุดเลยนั่นเอง อีกทั้งถ้าหากทีมปีศาจแดงต้องการจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ก็ต้องเอาชนะทีมคู่แข่งนี้ให้ได้อีกด้วย รวมถึงไม่ต่างกับสมัยที่อเลกซ์ เฟอร์กูสันยังอยู่กับอเบอดีนที่พวกเขาจะต้องเอาชนะยอดทีมอย่างเซลติกและเรนเจอร์เพื่อคว้าแชมป์ลีกให้ได้นั่นเอง                 ถือว่าทางเฟอร์กี้ก็ยอมรับฝีมือของทีมลิเวอร์พูลอยู่ไม่น้อยเลย หลังจากที่ออกมาพูดถึงทีมเก่าของตัวเองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดว่าจำเป็นจะต้องเอาชนะทีมหงส์แดงให้ได้ เพื่อฉีกหนีคู่แข่งและก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนกับสมัยที่ผู้จัดการทีมชาวสก็อตแลนด์ทำเอาไว้ หากไม่อยากพลาด เว็บพรีวิวฟุตบอล ข่าวสารฟุตบอล ต้องติดตามเว็บไซต์ของเรา ที่ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับวงการฟุตบอลอีกมากมาย สำหรับเพื่อนๆที่ชอบเล่นเกมใน คาสิโนออนไลน์ เว็บแทงบอลออนไลน์ คือคำตอบ เว็บไซน์เดิมพัน …

“มาร์กซิยาล” ซัดเปิด “บรูโนซัดปิด” ปีศาจแดง หลอนวิลล่า 2-1แต้มทาบหงส์

ปีศาจแดง

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 นัดที่ 16 “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ 20 สมัย เปิดสนาม โอลแทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “สิงห์ผยอง” แอสตัล วิลล่า เกมนี้ โอเลย์ กุนนาร์ โซลชา กุนซือทัพ ปีศาจแดง จัดทีมในระบบ 4-1-2-1-2 วาง ดาวิด เดเคอา เป็นผู้รักษาประตู แนวรับให้ ลุค ชอว์ ยืนแบ็คซ้าย อารอน วานบิสซาก้า ยืนฝั่งขวา ส่วนปราการหลังตัวกลางให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ จับคู่กับ เอริค ไบยี่ แดนกลางวาง พอล ป็อกบา คุมเกมร่วมกับ เฟร็ด และ สกอต แม็คโทมิเนย์  ส่วนแนวรุก เป็นหน้าที่ของ บรูโน แฟร์นานเดส ประสานงานกับ …

เหตุผลที่ปีศาจแดง แมนยู ไม่ควรดึงกุนซืออย่าง “โปเช็ตติโน” เข้ามา

แมนยู ไม่ควรดึงกุนซืออย่าง "โปเช็ตติโน" เข้ามา

        นับตั้งแต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้รับสัญญาถาวร ผลงานของแมนยูก็ไม่คงเส้นคงวาอีกเลย จากผลงาน แพ้ เสมอ ชนะ สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ซึ่งเมื่อใดที่ปีศาจแดงแพ้ติดกันจนมีกระแสข่าวโค้ชคนใหม่ ชื่อของ โปเช็ตติโน จะถูกพูดถึงอยู่เสมอ  โดยล่าสุดมีสื่อรายงานว่าทีมงานของแมนยูเข้าไปเจรจากับโปเช็ตติโน เรียบร้อยแล้ว หากแพ้เอฟเวอร์ตัน แต่สุดท้ายโซลชาก็รอดตัวไปได้อีกครั้ง เมื่อนำทีมบุกไปชนะ 1-3 สำหรับเหตุผลข้อแรกที่แมนยูไม่ควรเอา “โปเช็ตติโน” มาคุมทีม เพราะกุนซือชาวอาร์เจนติน่ามีบุคลิกไม่เหมาะสมกับแมนยู         อย่างแรกคือแมนยูเป็นทีมใหญ่ ใครที่จะเข้ามาในเวลานี้ต้องมีบารมี อาทิ โซลชา เองก็มีบารมี เพราะเป็นตำนานของทีม ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญ ขณะที่ โปเช็ตติโน ไม่มีสายสัมพันธ์ใด ๆ กับแมนยู ส่วนบารมีการเป็นโค้ชก็ไม่ได้สูงส่งในแบบที่ได้รับการเชิดชูทั่วทั้งวงการ ฉะนั้นหากเข้ามาคุมทีมปีศาจแดง แล้วทำผลงานไม่เข้าเป้า นอกจากจะไม่มีแฟนบอลหนุนหลัง ยังมีความเสี่ยงจะกระเด็นตกเก้าอี้ได้อย่างง่ายๆ          ข้อสอง ไม่มีคุณสมบัติความเป็นเดอะวินเนอร์  สำหรับเหตุผลข้อนี้แฟนบอลสเปอร์สย่อมทราบดี เพราะยามที่ทีมเผชิญกับสถานการณ์กดดัน เช่น ช่วงโปรแกรมหฤโหดในลีก ที่เจ้าตัวไม่มีการวางแผนที่ละเอียดเพียงพอสำหรับการมองเผื่อในเกมถัดไป ทำให้สเปอร์สไม่สามารถยืนระยะได้ กระทั่งพลาดแชมป์ลีกไปในที่สุด  หรือในการแข่งขันบอลถ้วยที่เจ้าตัววางแผนไม่รัดกุม เน้นการเล่นตามสไตล์ของตัวเอง …

สัญญาที่ล้าช้า “สมอลลิ่ง” เผยเกือบไม่ได้ย้ายซบรังหมาป่า

“สมอลลิ่ง” เผยเกือบไม่ได้ย้ายซบรังหมาป่า

คริส สมอลลิ่ง สุดยอดปราการหลังสุดแกร่ง หมาป่ากรุงโรม ได้ออกให้สัมภาษณ์ว่า ในสมัยที่ตนยังคงค้าแข้งอยู่กับทีมปีศาจแดง เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและหมดอนาคตเส้นทางวงการค้าแข้งอย่างแท้จริง และยังคงรู้สึกเสียความรู้สึกต่อสโมสรเก่าไม่หายโดยเฉพาะช่วงเวลาของการเซ็นสัญญาย้ายทีมที่ล่าช้าจนเกือบจะย้ายรังไม่ทันเวลา รายงานข่าวฟุตบอลต่างประเทศ เดลี่ เมลล์ “คริส สมอลลิ่ง” กองหลังประสบการณ์สูง ทีมโรม่า สโมสรระดับแถวหน้าแห่งวงการลูกหนังกัลโซ่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงสโมสรเก่าในสมัยที่ค้าแข้งอยู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เต็มไปด้วยความยากลำบากแถมยังดูหมดอนาคตแบบสุด ๆ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนให้ลงสนามจากกุนซือใหญ่ทีม รวมถึงช่วงเวลาแห่งการซื้อ-ขายนักเตะที่ผ่านมาทางทีมยังคงไม่ให้ความสนใจและกระตือรือร้นเรื่องการย้ายทีมของตนเช่น จนเกือบแทบจะทำให้ดีลซื้อ-ขายนักเตะต้องล้มลงแต่สุดท้ายแล้วตนก็ได้ย้ายทีมสมใจ โดยค่าตัว 18 ล้านปอนด์หรือประมาณ 680 ล้านบาท สิ้นสุดการทำงานรับใช้สโมสรมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปีเต็ม  ภายใต้การทำแผนทีมของกุนซือใหญ่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำให้บทบาทในสนามของ คริส สมอลลิ่ง ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วนักเตะได้รับความสนใจจากทีมดังอิตาลีที่พร้อมจะกระชากตัวนักเตะเข้าไปเสริมทัพ “อย่างที่ทุกคนได้ทราบกันดีสัญญาซื้อ-ขายนักเตะเหลือแค่เพียงอีก 1 วันเท่านั้น ซึ่งตอนนั้นสถานการณ์ภายในทีมยังคงไม่ไม่มีใครให้คำตอบผมได้มันเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจ สโมสรไม่พร้อมที่จะใช้งานผมอีกต่อไปแล้วผมต้องการจะย้ายทีมมันเป็นสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด” แข้งกองหลัง กล่าว หากไม่อยากพลาด เว็บพรีวิวฟุตบอล ข่าวสารฟุตบอล ต้องติดตามเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวข่าวฟุตบอลอีกมากมาย “ชาบี้ อลองโซ่” อดีตแข้งหงส์แดง เผยชอบผลงานการ …

“ดาวิด การ์โม่” มีลุ้นย้ายรังหลังปีศาจแดงส่งตัวแทนจับตาดูที่ขอบสนาม

“ดาวิด การ์โม่” มีลุ้นย้ายรัง

ดาวิด การ์โม่ กองหลังดาวรุ่งที่กำลังมาแรงบนหน้าข่าวกีฬาในเวลานี้ หลังจากที่มีกระแสข่าวลือออกมาว่าทีมดังจากลีกผู้ดี ปีศาจแดง ได้ส่งตัวแทนไปจับตาดูลีลาการเล่นของนักเตะอยู่ที่ข้างสนาม หมายมั่นอยากจะกระชากตัวเข้ามาร่วมเสริมทีมในตลาดซื้อ-ขายนักเตะซีซั่นหน้าหนาวของเดือนมกราคมที่กำลังจะมาถึง เพื่อแก้การทำเกมในแนวรับของทีมที่ประสบปัญหาอย่างหนัก รายงานข่าวฟุตบอลต่างประเทศ เดอะ มิร์เรอร์ “ดาวิด การ์โม่” ปราการหลังอนาคตไกล บราก้า สโมสรในศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ได้รับความสนใจจากทีมดังของพรีเมียร์ลีกเท่านั้นยังไม่พอแต่ยังได้รับความสนใจจากทีมหลากหลายสโมสรทั่วยุโรป หลังจากโชว์ฟอร์มความแข็งแกร่งทำผลงานได้อย่างสุดเตะตาพาทีมปราชัยอยู่หลายครั้ง อีกทั้งยังเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ในการถนัดใช้เท้าด้านซ้ายเล่นบอลจึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบในความหลากหลายสไตล์การเล่นของบรรดากุนซือใหญ่ ถึงขั้นถูกยกให้เป็นกองหลังที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังของทีมลิเวอร์พูล  นอกจากจะเป็นกองหลังดาวรุ่งที่มีวัยแค่เพียง 21 ปี ดาวิด การ์โม่ ยังมีสถิติการเล่นในสนามที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการผ่านบอลที่สูงถึง 83.8 เปอร์เซ็นต์ หรือจะเป็นการสกัดบอลที่มีค่าเฉลี่ยในการโยนบอลสูงถึง 2.2 ครั้ง ทำให้นักเตะกระโดดขึ้นสู่การเป็นกองหลังนักสกัดบอลอันดับที่ 2 ของลีกโปรตุเกส แล้วยังขึ้นชื่อว่าเป็นแข้งที่สามารถเคลียร์บอลจากพื้นที่สีแดงภายในสนามได้เป็นอย่างดี อย่างที่ทราบกันนักเตะสามารถเล่นบอลเท้าซ้ายได้เป็นอย่างดีบวกกับลีลาในการขึ้นจังหวะโหม่งบนอากาศยังมีความแม่นยำ หลายครั้งในจังหวะที่ต้องดวลกับนักเตะคู่แข่งเขาสามารถใช้หัวทำบอลบนการอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม หากไม่อยากพลาด เว็บพรีวิวฟุตบอล ข่าวสารฟุตบอล ต้องติดตามเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวข่าวฟุตบอลอีกมากมาย “ชาบี้ อลองโซ่” อดีตแข้งหงส์แดง เผยชอบผลงานการ คุมทีม ครั้งแรก เนวิลล์ อวย “ร็อดเจอร์ส” กุนซือระดับเดียวกับคล็อปป์-เป๊ป …

อาการบาดเจ็บที่น่ากลัวของ “เดวิด บัสต์” ที่ผ่านมาแล้ว 24 ปี

อาการของ-เดวิด-บัสต์

                คงเป็นเหตุการณ์ที่ติดตาคนที่เคยชมเกมฟุตบอลนี้ไปอีกนาน สำหรับอาการบาดเจ็บของ เดวิด บัสต์ กองหลังของทีมโคเวนทรีที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดจากการเข้าสกัดของกองหลังปีศาจแดงอย่างเดนิส เออร์วินกับไบรอัน แมคแคลร์จนทำให้เขาขวาของเขาหักเป็นสองท่อนทันทพร้อมกับต้องปิดฉากการเป็นนักเตะไปนับตั้งแต่เกมนั้นเป็นต้นมา แม้ว่าชีวิตหลังการเป็นนักเตะของเขาจะยังคงวนเวียนอยู่กับวงการฟุตบอลก็ตาม ผ่านมาแล้ว 24 ปี สำหรับอาการบาดเจ็บของ “เดวิด บัสต์”                 สำหรับเหตุการณ์น่าขนลุกที่ว่านั้นเกิดขึ้นในปี 1996 ช่วงที่สโมสรโคเวนทรียังคงอยู่ในพรีเมียร์ลีก โดยทีมช้างกระทืบโลงได้มีโอกาสไปเยือนรังโอลด์แทรฟฟอร์ดของเหล่าปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง หลังจากที่เริ่มต้นเกมไปเพียงแต่สองนาทีเท่านั้น ลูกเตะมุมของผู้มาเยือนก็ทำให้เดวิด บัสต์กับกองหลังทั้งสองของยูไนเต็ดได้เข้าปะทะกันทันที จนทำให้ขาขวาของเขาหักเป็นสองท่อนและเลือดออกอยู่เต็มพื้นสนามเลยทีเดียว                 หลังจากที่เกมต้องหยุดไปนานถึง 9 นาทีด้วยกัน ก่อนที่ทางโคเวนทรีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะกลับมาลงแข่งกันต่อ โดยหลังจากนั้นทางเดวิด บัสต์ก็ต้องผ่านการผ่าตัดมากถึง 22 ครั้งเพื่อรักษาขาขวของเขาเอาไว้ ซึ่งในปีต่อมาเขาก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดจากอาการติดเชื้อหลังผ่าตัดและทีมแพทย์ที่บอกกับเจ้าตัวว่า ร่างกายของเขาจะไม่สามารถเรียกความฟิตมากพอจะแข่งขันในระดับสูงได้อีกแล้ว                 แม้ว่าอาชีพค้าแข้งของบัสต์จะจบลงไปก็ตาม แต่ทางสโมสรโคเวนทรีก็ยังจัดเกมส่งท้ายให้กับกองหลังคนนี้โดยมีกองหน้าปีศาจแดงอย่างเอริค คันโตน่าลงแข่งให้เป็นเกมสุดท้ายของอาชีพเช่นกัน ก่อนที่ทางบัสต์จะเปลี่ยนไปเป็นผุ้จัดการทีมฟุตบอลเยาวชนของช้างกระทืบโรงจนถึงปัจจุบัน หากไม่อยากพลาด เว็บพรีวิวฟุตบอล ข่าวสารฟุตบอล ต้องติดตามเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวข่าวฟุตบอลอีกมากมาย ขุนค้อน เวสต์แฮม เตรียมอัพค่าเหนื่อยให้ “ไรซ์” 120,000 ปอนด์กันสิงห์บลูส์ดึงตัว “ลูคัส ปาเกต้า” เผย ชีวิตแย่ที่ เอซี มิลาน …

อดีตแข้ง ปีศาจแดง ! เผยทีมเลือกกัปตันทีมที่ค่าหัวมากกว่าฝีเท้า

ปีศาจแดง

กูรูฟุตบอลชื่อดังอดีตแบ็กขวาระดับตำนานทีม ปีศาจแดง ได้ออกมาเปิดเผย โดยส่วนตัวแล้วมีความไม่พอใจกับกัปตันทีมคนปัจจุบัน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ว่ายังมีฝีมือในการเล่นไม่ดีเพียงพอที่จะเหมาะสมคู่ควรกับการใส่ปลอกแขนทีม และเชื่อว่าการที่นักเตะได้รับตำแหน่งนี้มาคลองเป็นเพราะว่ามีค่าตัวแพงมากกว่านักเตะคนอื่นในทีมเท่านั้นเอง ซึ่งหากจะวัดกันที่ผลงานแล้วทีมควรที่จะให้โอกาส คริส สมอลลิ่ง ได้ลองสวมปลอกแขนลงสนาม จากการรายงานข่าวสื่อฟุตบอลต่างประเทศ “พอล พาร์คเกอร์” อดีตแบ็กขวาระดับตำนาน ทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรระดับชั้นนำแห่งวงการพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมาแนะนำอดีตทีมต้นสังกัดควรว่าควรจะพิจารณามองหากัปตันทีมคนใหม่ ซึ่งหากดูจากผลงานของกัปตันทีมในคนปัจจุบัน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยังมีความสามารถที่ยังไม่โดดเด่นและแข็งแกร่งพอที่จะได้สวมปลอกแขน ดังนั้นจึงอยากให้อดีตทีมต้นสังกัดรอพิจารณามองหานักเตะคนอื่นที่มีความแข็งแกร่งกว่าให้ได้รับโอกาสในการเป็นกัปตันทีมไปครอบครอง ไม่ใช่เลือกกัปตันทีมเพียงเพราะว่านักเตะคนนั้นมีค่าตัวสูงกว่าใครเพื่อน สำหรับแข้งรายนี้ได้ย้ายมาจากทีมสุนัขจิ้งจอก ด้วยค่าตัวที่สูงถึง 80 ล้านปอนด์หรือประมาณ 3,200 ล้านบาท และได้ไต่เต้าขึ้นมารับตำแหน่งกัปตันทีมอย่างรวดเร็ว “ผมพูดตามตรงเลยนะวันนี้ตอนนี้ใครหลายคนก็มองออกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เล่นไม่คุ้มกับค่าเหนื่อยที่ทีมต้องจ่ายให้เขา เขาเชื่องช้าและไร้ความเป็นผู้นำแถมเขายังได้รับตำแหน่งเป็นกัปตันทีมพ่วงอีกซึ่งผมมองว่ามันไม่เหมาะสมกับความสามารถเลยสักนิด มีนักเตะคนอื่นอีกมากมายในทีมที่มีความสามารถและควรได้รับโอกาสนี้เพียงแค่ทีมต้องหันมาลองพิจารณาใหม่กันอีกรอบหนึ่ง ” อดีตแข้ง กล่าว หากไม่อยากพลาด เว็บพรีวิวฟุตบอล ข่าวสารฟุตบอล ต้องติดตามเว็บไซต์ของเรายังมีเรื่องราวข่าวฟุตบอลอีกมากมาย วิเคราะห์ฟุตบอล – ฟันธง เกม ไทยลีก ประจำวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 63 …